"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ยืนยันอีก 3 ปี เด็กไทยสามารถค้าแข้งอยู่ในลีกเมืองผู้ดีได้แน่ ภายใต้โครงการ "โร้ด ทู สตาร์ดอม บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ ฟุตบอล เทรนนิ่ง เซนเตอร์" ที่เน้นนักเตะเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-16 ปีไปบ่มแข้งกับทีม "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้
ภายหลังจากที่ทีม "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ทีมจ่าฝูงศึก "สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2011" ยืนยันจะส่ง 6 นักเตะเยาวชน ซึ่งจะเดินทางไปฝึกฟุตบอลในโครงการโร้ด ทู สตาร์ดอม บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ ฟุตบอล เทรนนิ่ง เซนเตอร์ กับทีม "สนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ในวันที่ 7 ก.ย. 54 นี้ โดย 6 นักเตะที่จะไปร่วมฝึกในครั้งนี้ เป็นเวลา 1 ปี มี ยศพล เทียงดาห์, ปิยพงษ์ หอมขจร, อาทิตย์ พรหมขันธ์, ชิติพัทธ์ แทนกลาง ซึ่งเป็นนักเตะชุดเยาวชนของบุรีรัมย์ พีอีเอ รวมกับ กีรติ เขียวสมบัติ และ อุกฤษ วงมีนา 2 นักเตะจากทีมชุดใหญ่ของทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ และบุรีรัมย์ เอฟซี ซึ่งจะเดินทางไปฝึกฝีเท้าอยู่กับทีมสำรอง 6 เดือน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ถึงโครงการดังกล่าว พร้อมกับการันตีว่า ภายใน 3 ปี จะมีนักเตะไทยเล่นอยู่ในลีก "เมืองผู้ดี" ประเทศอังกฤษ แน่นอน " หลายเหตุผลที่ทำให้นักเตะไทยเราไม่สามารถที่จะเล่นในลีกของประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของฝีเท้าของคนเอเชีย ที่ค่อนข้างจะต่ำกว่ามาตรฐานของเขา อีกทั้งแรงกิ้งฟีฟ่าของทีมชาติไทยเรายังไม่ได้อยู่ในกฎเกรณฑ์ ที่จะขอเวิร์กเพอร์มิต หรือใบอนุญาตทำงานง่ายๆ"
นายใหญ่ "ปราสาทสายฟ้า" ยังกล่าวเสริมอีกว่า มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่างโครงการ โร้ด ทู สตาร์ดอม บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ ฟุตบอล เทรนนิ่ง เซนเตอร์ ซึ่งส่งนักเตะไปเพาะบ่มฝีเท้ากับทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่อายุ 15-16 ปี โดยตามระเบียบนักเตะที่ฝึกฝีเท้าอยู่ในอะคาเดมี่กับสโมสรในอังกฤษ ครบ 3 ปี สามารถเทิร์นโปรเล่นลีกอาชีพที่นั่นได้ ซึ่งนี่ตนถือว่าเป็นช่องทางที่ดีที่สุดที่ในอนาคตข้างหน้าอีกไม่เกิน 3 ปี มั่นใจว่า เด็กเหล่านี้ที่ตนส่งไปฝึกที่เลสเตอร์ หากดีจริงก็จะมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ค้าแข้งในอังกฤษ
ฝากผู้ปกครองหนุนบุตรหลาน นอกจากนั้น ประธานสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ ยังฝากถึงผู้ปกครองของเยาวชน ที่สนใจอยากจะผลักดันให้ลูกหลานก้าวเล่นฟุตบอลอาชีพในอนาคต ต้องเปิดโอกาสให้ฝึกซ้อมหนัก อย่างจริงๆ จังๆ "ต้องยอมรับว่าเด็กไทยเราจะก้าวสู่ความเป็นนักเตะอาชีพในอนาคตได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญมากที่สุด ขอฝากถึงทุกท่านถ้าหากอยากจะเห็นลูกหลานไปได้สวยบนถนนสายลูกหนัง ก็ควรจะยอมรับการฝึกซ้อมอย่างหนักตามแบบฉบับฟุตบอลอาชีพ อย่างโครงการ "โร้ด ทู สตาร์ดอม บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ ฟุตบอล เทรนนิ่ง เซนเตอร์" นั้นจะเน้นนักเตะที่มีอายุระหว่าง 15-16 ปี ถ้ามีแววจริงเราจะส่งไปอะคาเดมี่ของเลสเตอร์ ซิตี้ ทันที ซึ่งหากไปถึงจุดนั้นได้จะส่งผลต่อตัวนักเตะเอง เพราะรายได้จากการเล่นฟุตบอลตนมั่นใจว่ามหาศาล มากกว่าคนเรียนจบปริญญาตรี ในยุคปัจจุบัน เหนือสิ่งอื่นใดผู้ปกครองก็ควรจะให้ใจแก่บุตรหลานด้วย"
เครดิต: สยามกีฬา